วันสารทจีน

  

วันสารทจีน ของทุกปี จะตรงกับวันที่ 15 (วันจับโหงว) เดือน 7 ซึ่งในปี 2558 นี้ จะตรงกับวันที่ 28 สิงหาคม การไหว้เจ้าในวันสารทจีน ถือเป็นการไหว้ครั้งที่ 5 (คนจีนจะมีการไหว้เจ้าใหญ่ 8 ครั้งในรอบหนึ่งปี เรียกว่า ไหว้ 8 เทศกาลโป๊ะโจ่ย) ตามปฏิทินจีนโบราณ เดือน 7 ถือเป็นเดือนสำคัญที่ลูกหลานจะแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษแล้ว นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่าเป็นเดือนที่ประตูนรกเปิดให้ดวงวิญญาณทั้งหลายมารับส่วนบุญส่วนกุศลได้อีกด้วย 

 

 

การไหว้ในเทศกาลสารทจีน จะแตกต่างจากการไหว้ในเทศกาลอื่น ๆ เล็กน้อย โดยจะจัดเตรียมชุดอาหารเป็น 3 ชุด ดังนี้ 

1. ชุดสารทจีนสำหรับไหว้เจ้าที่ จะต้องทำการไหว้ตอนเช้า โดยประกอบไปด้วยอาหารคาว หวาน ขนมที่ไหว้จะนิยมเป็นขนมถ้วยฟู กุยช่าย ขนมเทียน ขนมเข่ง ซึ่งต้องมีจุดสีแดงแต้มไว้ตรงกลาง เนื่องจากชาวจีนเชื่อกันว่าสีแดง คือ สีแห่งความเป็นศิริมงคล นอกจากนั้นควรจะมี น้ำชา ผลไม้ เหล้าจีน หรือกระดาษเงิน กระดาษทอง 

2. ชุดสารทจีนสำหรับไหว้บรรพบุรุษ จะมีความคล้ายกับชุดสารทจีนไหว้เจ้าที่ แต่ส่วนมากจะทำเมนูอาหารที่บรรพบุรุษชื่นชอบ แล้วแต่บุคคล อีกทั้งควรจะมีอาหารที่เป็นน้ำเช่น แกง ต้มจืด หรือขนมน้ำใสๆ และนิยมให้ขนมเทียน ขนมเข่ง ผลไม้ น้ำชา แก่บรรพบุรุษ รวมไปถึงกระดาษเงิน กระดาษทอง เพื่อเชื่อกันว่าให้บรรพบุรุษนำไปใช้ในภพภูมิของตนเอง

3. ชุดสารทจีนสำหรับไหว้สัมภเวสี สัมภเวสี ในที่นี้หมายถึง ดวงวิญญาณเร่รอน ดวงวิญญาณไม่มีญาติ (ไป๊ฮ๊อเฮียตี๋) จะต้องทำการไหว้นอกบ้าน ซึ่งจะประกอบไปด้วยของคาวหวานและผลไม้ตามต้องการ และที่พิเศษคือ จะมีข้าวหอมแบบจีนโบราณ คอปึ่ง เผือกนึ่งผ่าซีกเป็นเสี้ยวใส่ถาด เส้นหมี่ห่อใหญ่ เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง ซึ่งทุกอย่างจะต้องวางอยู่ด้วยกันในการเซ่นไหว้

   

รู้ความเป็นมา และการไหว้ในวันสารทจีนแล้ว คราวนี้มาดูข้อห้ามที่ไม่ควรทำในช่วงสารทจีนกันบ้างดีกว่านะคะ

  
 7 ข้อห้ามในช่วงสารทจีน

1. อย่าแต่งงานในเดือนนี้

2. อย่าเดินทางบ่อยในเดือนนี้

3. อย่าอยู่นอกบ้านดึกดื่นในเดือนนี้

4. อย่าซื้อบ้าน / ย้ายบ้านในเดือนนี้

5. อย่าเริ่มงานก่อสร้างใดใด ในเดือนนี้

6. อย่าดำเนินการเริ่มธุรกิจใดใด ในเดือนนี้

7. อย่าว่ายน้ำตอนกลางคืนในเดือนนี้

ข้อห้ามเหล่านี้แอดมินเองก็ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร แต่เป็นข้อมูลที่มีการพูดต่อๆกันมา จึงนำมารวมไว้ในบทความด้วย เพราะแอดมินมองว่า ถ้าเป็นเรื่องจริง เราไม่ทำก็ถือว่าดีกับตัว ถ้าเป็นเพียงความเชื่อ ทำไปก็ไม่เสียอะไร เอาเป็นว่า ไม่เชื่อก็ไม่ลบหลู่อ่ะเนอะ ^^ และอย่างไรก็ดี ถึงแม้การไหว้สารทจีนจะเป็นประเพณีที่ทำตามความเชื่อสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น แต่ในแง่ความจริงวันสารทจีนก็ถือเป็นอีกหนึ่งวันที่ลูกหลานได้ระลึกถึง และแสดงถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษซึ่งล่วงลับไปแล้ว และยังเป็นวันที่ทุกคนในครอบครัวได้ทำกิจกรรมร่วมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา จึงถือเป็นอีกหนึ่งประเพณดีๆที่ควรรักษาไว้ชั่วลูกชั่วหลานนะคะ 

  

Story Credit : Horolive , Kapook 
Picture Credit : Pinterest , Internet 

น้ำชา 7 ชนิด สำหรับคนรักสุขภาพ

ปัจจุบันผู้คนนิยมดื่มกาแฟ หรือน้ำอัดลมที่อุดมไปด้วยน้ำตาล แล้วตามมาด้วยปัญหาสุขภาพนับไม่ถ้วน หยุดทำร้ายตัวเองด้วยการเปลี่ยนสไตล์ หันมาดื่มชาหอมๆที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์กันดีกว่า 

  
1. ชาซินนามอน (Cinnamon Tea) คำว่าซินนาม่อนอาจฟังดูห่างไกลแต่ถ้าเรียกว่าชา “อบเชย” คนไทยเราคงร้องอ๋อ อบเชยไม่เพียงแต่ช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอม ยังช่วยขับเหงื่อ ขับลม ลดอาการท้องอืด จุกเสียด แน่นเฟ้อ แก้อาการเวียนหัว และแก้คลื่นไส้อาเจียน ยิ่งถ้าได้น้ำผึ้งแท้ๆ เติมลงไปสักช้อนชา “อบเชย” ของคุณจะยิ่งบวกประโยชน์ของน้ำตาลแลคโตสเป็นยาบำรุงสุขภาพชั้นเยี่ยม

 

Cinnamon Tea
 
2. ชาเปปเปอร์มินต์ (Peppermint Tea) เหมาะจะดื่มหลังอาหารทุกมื้อเพื่อป้องกันกลิ่นปากที่จะออกมาป่วนคนรอบตัวคุณ แต่ข้อดีที่เปปเปอร์มินต์จัดมายังมีอีกเพียบ ทั้งแก้ปวดหัว แก้เมารถเมาเรือ ช่วยให้ท้องไม่อืด ทำให้หลับสบาย สำหรับคนที่มึนศีรษะ แค่ชงชาเปปเปอร์มินต์มาตั้งไว้ดมกลิ่นหอมๆ ก็บรรเทาอาการปวดหัวได้แล้ว

Peppermint Tea

3. ชากระเจี๊ยบ (Roselle Tea) กระเจี๊ยบเป็นยาแก้กระหายน้ำ ขับเสมหะ ขับปัสสาวะ ยิ่งถ้าดื่มเป็นประจำก็จะช่วยลดไขมันในเส้นเลือด และโรคความดันสูงได้

 

Roselle Tea
 
4. ชาตะไคร้ (Lemongrass Tea) ตะไคร้ไม่ได้มีไว้ไล่ยุงอย่างเดียว แต่ถ้าเอามาหั่นฝอยแล้วตากแห้ง ชงกินกับน้ำร้อน จะกลายเป็นชาตะไคร้รสจัดจ้านที่ย่อยอาหาร แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด บรรเทาอาการแน่นหน้าอก แก้หวัด วิงเวียน แก้ไอ เฮ้อ..จะดีเว่อร์ไปถึงไหน

 

Lemongrass Tea
 
5. ชามัลเบอร์รี่ (Mulberry Tea) ชาชื่อกิ๊บเก๋นี้มีขายทั่วไปในเมืองไทยในนาม “ชาใบหม่อน” นั่นเอง สรรพคุณของมันคือช่วยบำรุงเส้นผม เล็บ กระดูก ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคมะเร็งและป้องกันโรคเบาหวานได้เลิศมากๆ เนื่องจากใบหม่อนจะไปลดการดูดซึมน้ำตาล ถ้าจิบพร้อมกินของหวาน เบาหวานและโรคอ้วนเวอร์ชั่นไหนก็เล่นงานคุณไม่ได้

  

Mulberry Tea

6. ชากุหลาบ (Rose Tea) นอกเหนือจากความโรแมนติกแล้ว การดื่มชาที่ชงจากกลีบกุหลาบยังช่วยให้ผ่อนคลาย หลับสบาย ลดความดันโลหิตสูง ชากุหลาบจะช่วยบำรุงผิวพรรณ ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติอีกด้วย

 

Rose Tea
 
7. ชามะตูม (Bael Fruit Tea) เครื่องดื่มไทยๆ ถ้วยนี้เป็นยาบำรุงกำลัง ทำให้สดชื่น แก้ร้อนใน แถมยังเวิร์คสุดๆ สำหรับคนที่มีอาการอาหารไม่ย่อย เพราะมะตูมจะช่วยให้ลำไส้ทำงานดี ไม่อู้งานโดยไม่จำเป็น

 

Bael Fruit Tea

 
Credit : Spicy and Pinterest